รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์: องค์ความรู้เชิงลึก

องค์ความรู้เชิงลึก
ด้านวัสดุศาสตร์ วิศวกรรมกลไก และอิเล็กทรอนิกส์

ในบริบทของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี (Design and Technology) มิได้ดำรงอยู่เพียงเพื่อสอนทักษะช่างพื้นฐาน แต่เน้น กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และการบูรณาการความรู้ข้ามศาสตร์ (STEM Education) รายงานฉบับนี้คือ "คลังความรู้" ที่อธิบายหลักการทำงานทางฟิสิกส์และเคมีที่อยู่เบื้องหลังวัสดุและอุปกรณ์เหล่านั้น

1. วัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีวัสดุ (Materials Science)

เข้าใจโครงสร้างระดับโมเลกุลเพื่อการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม

การเลือกใช้วัสดุ (Material Selection) คือกระบวนการตัดสินใจที่ซับซ้อน นักออกแบบต้องคำนึงถึงสมบัติทางกายภาพ เชิงกล และทางเคมี การเข้าใจโครงสร้างระดับโมเลกุลและอะตอมของวัสดุจะช่วยให้เราเข้าใจว่าเหตุใดวัสดุหนึ่งจึงแข็งแกร่งในขณะที่อีกชนิดหนึ่งยืดหยุ่น

1.1 ไม้ (Wood): ชีววัสดุและวิศวกรรมจากธรรมชาติ

ไม้เป็น วัสดุคอมโพสิตตามธรรมชาติ (Natural Composite) ที่ประกอบด้วย เส้นใยเซลลูโลส (Cellulose) ที่มีความเหนียวและทนแรงดึงสูง ยึดเกาะกันด้วย ลิกนิน (Lignin) ที่ทำหน้าที่เหมือนกาวธรรมชาติให้ความแข็งแรงรับแรงอัด

Teak Wood Texture
เนื้อไม้สัก (Teak) - ละเอียด แข็งแรง

1. ไม้เนื้อแข็ง (Hardwood)

  • ต้นกำเนิด: ไม้ยืนต้นผลัดใบ (Angiosperm) โตช้า เช่น ไม้สัก (Teak), ไม้แดง
  • โครงสร้าง: วงปีแน่น ความหนาแน่นสูง
  • สมบัติ: ทนแรงดัด/อัดดีเยี่ยม
  • การใช้งาน: คาน, ตง, เสา
Pine Wood Grain
เนื้อไม้สน (Pine) - สีอ่อน มีตาไม้

2. ไม้เนื้ออ่อน (Softwood)

  • ต้นกำเนิด: ไม้ตระกูลสน (Gymnosperm) หรือไม้โตเร็ว เช่น ยางพารา
  • โครงสร้าง: เนื้อพรุน ความหนาแน่นต่ำ
  • สมบัติ: เหนียวน้อย ไสตกแต่งง่าย
  • การใช้งาน: เฟอร์นิเจอร์, ตกแต่งภายใน

1.2 โลหะวิทยา (Metallurgy)

โครงสร้างอะตอมของโลหะ

โลหะมีโครงสร้างอะตอมเรียงตัวเป็นระเบียบในรูปแบบ ผลึก (Crystal Lattice) ยึดเหนี่ยวกันด้วย พันธะโลหะ ที่มีลักษณะพิเศษคือ "ทะเลอิเล็กตรอน" ทำให้โลหะนำไฟฟ้าได้ดี

Carbon Steel

1. เหล็กกล้า (Carbon Steel)

ผสมระหว่างเหล็กกับคาร์บอน แข็งแกร่งมาก ใช้ทำโครงสร้างและเครื่องมือช่าง

Aluminium Ingots

2. อะลูมิเนียม (Aluminium)

น้ำหนักเบา (1/3 ของเหล็ก) ไม่เป็นสนิม (สร้างฟิล์มออกไซด์ป้องกันตัวเอง)

Copper Pipes

3. ทองแดง (Copper)

นำไฟฟ้าดีเยี่ยม สีแดงอมส้ม ทนการกัดกร่อน ใช้ทำสายไฟและท่อแอร์

1.3 โพลิเมอร์และพลาสติก (Polymers)

PET Bottles

1. เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastics)

Recyclable: โดนความร้อนแล้วหลอมเหลว ขึ้นรูปใหม่ได้ (เช่น ขวด PET, ถุงพลาสติก)

Plastic Pipes

2. เทอร์โมเซตติง (Thermosetting)

Hard & Heat Resistant: แข็งตัวถาวร โดนความร้อนไม่หลอม (แต่ไหม้) ทนทานสูง

2. วิศวกรรมเครื่องมือ (Tools Engineering)

ส่วนต่อขยายทางกายภาพของมนุษย์: หลักการฟิสิกส์และการวัด

2.1 ศาสตร์แห่งการวัดละเอียด (Metrology)

เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ (Vernier Caliper)

ใช้หลักการ Vernier Acuity (สเกลหลักเทียบสเกลเลื่อน) เพื่อขยายความสามารถในการอ่านค่าละเอียดถึง 0.05 มม. หรือ 0.02 มม.

ความสามารถในการวัด 3 มิติ:
  1. วัดความโตนอก (Outside): ใช้ปากวัดล่างหนีบชิ้นงาน
  2. วัดความโตใน (Inside): ใช้ปากวัดบนถ่างออกในรูเจาะ
  3. วัดความลึก (Depth): ใช้ก้านวัดลึกที่ท้ายด้าม

*ข้อควรระวัง: แรงกดขณะวัดต้องพอดี (Feel) ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป

Vernier Caliper Diagram

ภาพจำลองส่วนประกอบและการอ่านค่า Vernier Caliper
(ที่มาภาพ: Wikimedia Commons)

ตลับเมตร (Tape Measure)

  • กลไกแถบวัด (Blade): ทำจากเหล็กสปริงดัดโค้ง (Concave) เพื่อให้ตั้งตรงได้ระยะหนึ่งโดยไม่หักพับ (Stand-out)
  • ขอเกี่ยว (Floating Hook): ปลายขอเกี่ยวถูกออกแบบให้ ขยับตัวได้ เท่ากับความหนาของตัวขอเกี่ยวเอง

2.2 ฟิสิกส์ของการตัดและเจาะ

เลื่อย (Saws)

Hacksaw

เลื่อยตัดเหล็ก (Hacksaw) - ฟันละเอียดและแข็งกว่าเลื่อยไม้

ฟันเลื่อยทำหน้าที่เหมือน ลิ่ม (Wedge) จำนวนมาก

ทฤษฎี "คลองเลื่อย" (Kerf):

ฟันเลื่อยต้องถูกดัดสลับซ้ายขวา (Set) เพื่อให้ร่องตัด กว้างกว่า ความหนาใบเลื่อย ช่วยลดแรงเสียดทานและป้องกันใบเลื่อยติดขัด

สว่าน (Drills)

Twist Drill
  • ดอกสว่าน (Twist Drill): ปลายมีมุมจิกมาตรฐาน 118 องศา เพื่อนำศูนย์และเฉือนวัสดุ
  • ร่องเกลียว (Flute): ลำเลียงเศษวัสดุ (Chips) ออกจากรูเจาะ
  • หลักการความเร็วตัด:
    - วัสดุแข็ง (เหล็ก) $\rightarrow$ รอบช้า + แรงกดสูง
    - วัสดุอ่อน (ไม้) $\rightarrow$ รอบเร็ว

3. กลศาสตร์วิศวกรรม (Engineering Mechanics)

กฎการอนุรักษ์งาน: $Work_{in} = Work_{out}$ (ในอุดมคติ)

3.1 คาน (Levers) และโมเมนต์

คานอาศัยหลักการสมดุลของโมเมนต์ ($Moment = Force \times Distance$) แบ่งเป็น 3 ประเภทตามตำแหน่งของ จุดหมุน (F), แรงพยายาม (E), และแรงต้าน (L):

Classes of Levers Diagram

แผนภาพแสดงคานทั้ง 3 อันดับ: อันดับ 1 (บน), อันดับ 2 (กลาง), อันดับ 3 (ล่าง)
(ที่มาภาพ: Pearson Scott Foresman / Wikimedia Commons)

อันดับ 1 (E-F-L)

จุดหมุนอยู่กลาง

เปลี่ยนทิศทางแรงได้ และผ่อนแรงได้ถ้าแขนพยายามยาวกว่าแขนต้าน

ตัวอย่าง: กรรไกร, คีม, ชะแลง

อันดับ 2 (E-L-F)

แรงต้านอยู่กลาง

ผ่อนแรงเสมอ (MA > 1) เพราะแขนพยายามยาวกว่าแขนต้านเสมอ

ตัวอย่าง: รถเข็นทราย, ที่เปิดขวด

อันดับ 3 (F-E-L)

แรงพยายามอยู่กลาง

ไม่ผ่อนแรง (MA < 1) แต่ช่วยเพิ่ม ระยะทางหรือความเร็ว ในการเคลื่อนที่

ตัวอย่าง: ไม้กวาด, แหนบ, ตะเกียบ

รอก (Pulleys)

Pulley System
  • รอกเดี่ยวตายตัว: เหมือนคานอันดับ 1 ที่แขนเท่ากัน MA = 1 ไม่ผ่อนแรง แต่เปลี่ยนทิศทาง (ดึงลงเพื่อยกขึ้น)
  • รอกเดี่ยวเคลื่อนที่: รอกเคลื่อนไปพร้อมวัตถุ เชือก 2 เส้นช่วยรับน้ำหนัก ผ่อนแรง 2 เท่า (MA = 2)
  • ระบบรอกพวง: การผสมผสานรอกเพื่อเพิ่ม MA
    สูตรคำนวณแรงดึง: $E = \frac{W}{2^n}$ หรือ $\frac{W}{n}$

เฟือง (Gears)

Spur Gears Animation

เปรียบเสมือนล้อที่มีฟันขบกัน (Positive Drive) ไม่มีการลื่นไถล

  • เฟืองตรง (Spur): ส่งกำลังแกนขนาน ประสิทธิภาพสูง
  • เฟืองดอกจอก (Bevel): เปลี่ยนทิศทางเพลา 90 องศา
  • เฟืองตัวหนอน (Worm): อัตราทดสูงมาก และมีคุณสมบัติ Self-locking
อัตราทด = ฟันตาม / ฟันขับ
(เล็กขับใหญ่ = ลดความเร็ว, เพิ่มแรงบิด)

4. อิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุม (Electronics)

พื้นฐานสัญญาณ การตรวจจับ และการประมวลผล

4.1 ทฤษฎีวงจรไฟฟ้า (Circuit Theory)

Series vs Parallel Circuit

วงจรอนุกรม (ซ้าย) vs วงจรขนาน (ขวา)
(ที่มาภาพ: Wikimedia Commons)

อุปมาอุปไมยระบบน้ำ

  • แรงดัน (V): แรงดันน้ำ หรือความต่างศักย์ (Volt)
  • กระแส (I): ปริมาณน้ำที่ไหล (Ampere)
  • ความต้านทาน (R): ขนาดท่อที่จำกัดการไหล (Ohm)
กฎของโอห์ม (Ohm's Law)
$V = I \times R$
กำลังไฟฟ้า: $P = V \times I$ (Watt)